ประวัติเตาเผาโบราณบ้านบ่อสวก

แหล่งเตาเผาโบราณบ้านบ่อสวก

แหล่งเตาเผาโบราณบ้านบ่อสวก อดีตเป็นแหล่งผลิตเครื่องดินเผาที่สำคัญแห่งหนึ่งในล้านนา จึงมีรูปแบบและประเภทของผลิตภัณฑ์เครื่องถ้วยชามที่มีลักษณะเฉพาะของตนที่ แตกต่างออกไปจากแหล่งเตาเผาอื่น ๆ ในล้านนาและในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้ามากกว่าแหล่งเตาเผาอื่น  ในระยะเดียวกันดังนั้นผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบดินเผาของแหล่งเตาเมืองน่าน บ้านบ่อสวกจึงแพร่หลายออกไป ยังท้องถิ่นที่อื่นในล้านนา
จากการเล่าสืบต่อกันมา ของชาวบ้านในบริเวณนี้ เกี่ยวกับความเป็นมาของเตาเผาโบราณนี้ พบว่าบริเวณนี้สมัยก่อน เป็นพื้นที่ ที่อาศัยโดยชาวจีนฮ่อ ที่อพยพมาจากเมืองจีน ซึ่งมีวิถีชีวิตเกี่ยวพันกับการทำเครื่องปั้นดินเผา จึงทำให้เมื่ออพยพมาในบริเวณนี้  ประกอบกับภูมิประเทศที่สมบูรณ์ไปด้วยแหล่งน้ำและดินจึงทำให้ที่นี้กลายเป็น แหล่งเตาเผาที่ผลิตเครื่องถ้วยชามที่สำคัญแห่งหนึ่งในล้านนา
ทั้งนี้ความเป็นมาของแหล่งเตาเผาโบราณของบ้านบ่อสวกได้มีนักโบราณคดีได้สัน นิฐานว่า แต่ก่อนเตาเผาโบราณแห่งนเป็นของคนกลุ่มไทยญวน หรือที่เรียกว่าคนเมืองซึ่งเป็นกลุ่มคนที่รู้หนังสือและเขียนภาษาไทยได้เป็น อย่างดี และเป็นกลุ่มคนที่นับถือศาสนาพุทธ มีหลักฐานจากการศึกษาได้ค้นพบเศษถ้วยมีรอยจารึกรูปอักษรไทยล้านนา รูปอักษรอายุราวพุทธศตวรรษที่ 21 รอยจารึกดังกล่าวทำขึ้น โดยคนเมืองน่านที่อยู่ในแหล่งผลิตเครื่องถ้วยชามโดยใช้วัสดุปลายแหลมเซาะ ร่องเป็นตัวอักษรบนเนื้อเครื่องถ้วยลายครามของ จีน แหล่งเตาเผาโบราณบ้านบ่อสวก ทำการสำรวจและศึกษาโดยนาย สายันต์ ไพรชาญจิตต์ นายวิเศษ เพชรประดับ หัวหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่านและนายวุฒิชัย โลหะโชติ เลขาธิการประสานงานประชาคมน่าน และเห็นว่าบริเวณนี้มีความเหมาะสมสำหรับขขุดค้นศึกษาทางโบราณคดีต่อไป เนินดินที่พบ คือ เนินดินเตาจ่ามนัส และเตาสุนัน ซึ่งปัจจุบันเนินเตาทั้งสองตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 8 หมู่ 10 ต.สวก อ.เมือง จ.น่าน ทั้งนี้บริเวณบ้านที่ตั้งเตาเผานี้จะมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจำลองเหตุการณ์ วิถีชีวิตต่าง ๆ ของชาวบ้านสวกหมู่ 1และบ้านสวกพัฒนาหมู่ที่ 10 ในอดีตเอาไว้ อีกทั้งยังเป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับความรู้เรื่องบ้านสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จึงถือได้ว่าพิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญที่จะให้ความรู้แก่เด็กและ เยาวชน ประชาชนทั่วไป
ต่อมาได้รับการสำรวจและศึกษามาตั้งแต่ พ.ศ.2527 โดยโครงการโบราณคดีประเทศไทย ( ภาคเหนือ ) กองโบราณคดี กรมศิลปากร และต่อมานาย สายันต์ ไพรชาญจิตร์ ได้เขียนรายงานการศึกษาและบทความเผยแพร่ผลการศึกษาในโอกาศต่าง ๆ หลายครั้ง  นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2527 จนถึงปัจจุบันยังไม่มีผู้ใดทำการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งเตาเผาเมือง น่านบ้านบ่อสวกอีกเลย และกรมศิลปากรยังไม่ได้ประกาศขึ้นทะเบียนแหล่งเตาเผาโบราณเหล่านี้

***   เครื่องปั้นดินเผาสัญลักษณ์ อินธนู   เป็นลักษณะเด่นของเครื่องปั้นดินเผาบ้านบ่อสวก  ***

เนินดินที่ตั้งเตาสุนัน

อยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบ้านใกล้กับแนวรั้วด้านตะวันตก ห่างจากตัวบ้านระยะทาง 54.50 ม. สภาพเป็นเนินดินเตี้ย ๆ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6.50 ม. สูงจากพื้นที่ราบโดยประมาณ 0.75 ม. ที่ยอดเนินมีโครงสร้างดินเผาส่วนปล่องเตาและหลังคาเตาโผล่อยู่เล็กน้อย และมีร่องรอยถูกรถแทรกเตอร์ไถปาดยอดเนินออกไป  พื้นที่ตั้งเนินดินที่ตั้งมีหญ้าปกคลุมเบาบาง มีต้นหนามขึ้นอยู่เบาบาง ไม่มีต้นไม้ใหญ่ เนินดินเตาสุนันลาดเอียงลงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ลาดชายเนินด้านนี้มีดินสีดำทับถมอยู่หนา ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของบ้าน

เนินดินที่ตั้งเตาจ่ามนัส

ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของบ้าน ใกล้บ้านเล้าไก่และคอกวัว ห่างจากเนินดินเตาสุนันไปทางทิศตะวันออกระยะทาง 42.50 ม. และห่างจาบ้านไปทางทิศเหนือระยะทาง 31.50 ม. เป็นเนินดินขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5.00 ม. ยอดเนินสูงอยู่ค่อนไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และค่อย ๆ ลาดเอียงลงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นที่ราบต่ำลงไปสู่ลำน้ำสวกที่อยู่ห่างออกไป ประมาณ 150 ม. บนยอดเนินดินมีโครงสร้างปล่องเตาดินเผาปรากฎอยู่ ขอบปล่องปั้นหนาและมีเนื้อดินเผาแกร่งมาก ไม่เห็นโครงสร้างอื่นๆ โผล่เหนือผิวดินและไม่พบเศษเครื่องปั้นดินเผาและหลักฐานที่เกี่ยวกับตัวเตา บนผิวของเนินดิน

ผลิตภัณฑ์เครื่องถ้วยของแหล่งเตาเมืองน่านบ้านบ่อสวก
เครื่องถ้วยเคลือบเนื้อแกร่งที่เป็นผลผลิตชนิดสำคัญและเป็นลักษณะเฉพาะของ แหล่งเตาเมืองน่าน   บ้านบ่อสวกที่พบในการศึกษาได้แก่      เครื่องถ้วยชามที่ค้นพบ
ชามและจาน
มีสองลักษณะคือชามแบบก้นลึก ปากกว้าง ขอบปากตรง หรือผายออกเล็กน้อย และชามประเภทก้นกว้างมีฐานเตี้ย ปากกว้าง ขอบปากหักแบะออก ปลายขอบปากเป็นปมม้วนเข้า ลักษณะคล้ายจานทรงสูง
ไหชั้นในสุด เป็นไหขอบปากชั้นเดียว  ไหชั้นนอก เป็นไหขอบปากสองชั้น  ไหที่ค้นพบที่เหลืออยู่

ไห
ภาชนะประเภทไหที่พบในแหล่งเตาและในหมู่บ้านบ่อสวก ส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนแตกหัก ที่เต็มใบพบน้อย เหมือนประเภทอื่น พบเพียงสิ้นส่วนปาก ไหล่ ตัว และก้น ซึ่งจากการศึกษาวิเคราะห์ตัวอย่างไหบางส่วนพบว่าผลผลิตภาชนะ ประเภทไหของแหล่งเตาเมืองน่านบ้านบ่อสวกที่สำคัญมีอยู่ 2 แบบ คือ
1.ไหแบบธรรมดามีขอบปากชั้นเดียว
2.ไหที่มีขอบปากสองชั้นหรือไหปลาร้า
ชิ้นส่วนไหล่ไหเคลือบสีเขียวนวลและสีขาวนวลมีลายกดประทับ “ลายน่าน” ประดับอยู่โดยรอบผลิตภัณฑ์เมืองน่านบ้านบ่อสวก
พระพิมพ์ดินเผา
ในแหล่งเตาบ้านบ่อสวกบริเวณเพี้ยงหม้อ เคยมีวัดโบราณและมีศาสนสถานก่อด้วยอิฐตั้งอยู่บนเนินเขาแต่ได้ขุดทำลายลงไป ทั้งหมดเมื่อประมาณ 20  ปีที่แล้ว ชาวบ้านเล่าว่า ในการขุดได้พบกรุพระพิมพ์ดินเผา   “พระบ่อสวก”   มีอยู่ 7 ลาย  พระพิมพ์ดินเผา  ” กรุบ่อสวก”   สมบัติทางพระพุทธศาสนาของชาวเมืองน่าน ส่วนใหญ่เนื้อดินแกร่ง เผาไฟอุณหภูมิสูง สันนิษฐานว่า อาจจะเผาในเตาเผาเครื่องถ้วยชาม

เตา เผาโบราณบ้านบ่อสวก ตั้งอยู่ที่บ้านสวกพัฒนา หมู่ที่ 10 ตำบลบ่อสวก อำเภอเมืองน่าน ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กิโลเมตร เป็นแหล่งผลิตเครื่องเคลือบภาชนะดินเผาที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองน่านในอดีต ที่มีรูปแบบและกรรมวิธีการผลิตเป็นลักษณะเฉพาะของตัวเองที่แตกต่างไปจากเตา เผาแหล่งอื่น ๆ ของล้านนา

ประวัติ ในราว พ.ศ. 2520 ลูกเขยของคุณยายชื่น คือ จ.ส.ต.มนัส ติคำ ได้มาดายหญ้าบริเวณสวนข้างบ้าน ขณะดายหญ้าบริเวณเนินดินปรากฏว่ามีดได้ไปกระทบกับอะไรบางอย่างที่โผล่ขึ้นมา จากผิวดินแม้มิได้ทำการขุดพิสูจน์ แต่ก็เชื่อว่ามีของโบราณอยู่ใต้ดิน จึงกันบริเวณดังกล่าวไว้ กระทั่งปี พ.ศ. 2542 อาจารย์สายันต์ ไพรชาญจิตร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน และสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ 6 ได้ร่วมกันสำรวจ พบว่าเป็นแหล่งเตาเผาโบราณ จึงทำการขุดค้นตามขั้นตอนทางโบราณคดี เมื่อขุดค้นเสร็จก็ทำเป็นพิพิธภัณฑ์เปิด คือเปิดหลุมขุดค้นไว้ ไม่ฝังกลบ สร้างหลังคาคลุมจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมฟรี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ เคยเสด็จเยี่ยมสถานที่แห่งนี้เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2542
สิ่งที่น่าสนใจ เตาเผาโบราณ จากการขุดค้นทางโบราณคดีพบสองเตาจมอยู่ในผืนดินใกล้ ๆ กัน ในสวนลำไยบริเวณบ้าน ริมลำน้ำสวก ตั้งชื่อเตาเป็นเกียรติให้แก่ลูกสาวและลูกเขยของคุณยายชื่นว่า เตาสุนันและเตาจ่ามนัส เป็นเตาแบล้านนา คือโครงสร้างก่อด้วยดิน พื้นเตาด้านท้ายสูงกว่าด้านหน้า เพื่อให้ความร้อนระบายจากปากเตาไปออกปล่องได้สะดวก หลังคาเตาก่อเป็นรูปโค้ง ลักษณะคล้ายประทุนเรือ ทั้งสองเตามีขนาดใกล้เคียงกัน คือยาวประมาณ 6.5 เมตร กว้างประมาณ 3 เมตร แต่เตาจ่ามนัสมีสภาพสมบูรณ์กว่า คือมีหลังคาและผนังด้านข้างอยู่ในสภาพดี โบราณวัตถุที่พบเป็นเครื่องถ้วยเคลือบเนื้อแกร่ง เช่น ไห ถ้วย ชาม จาน กล่องดินเผาหรือจ๊อ เป็นต้น วัตถุโบราณส่วนหนึ่งได้มอบให้แก่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อีกส่วนเก็บรักษาไว้ที่ใต้ถุนบ้าน เพื่อจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวชม แหล่งเตาเผานี้สันนิษฐานว่ามีอายุแต่ปลายพุทธศตวรรษที่ 18 – 22 อาจเก่าแก่กว่าแหล่งเตาอื่น ๆ ในล้านนาทั้งหมด

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จัดอยู่บริเวณใต้ถุนบ้านของคุณยายโดยแนวคิดและฝีมือการจัดแสดงของคุณยายเอง เพื่อเป็นประโยชน์เสริมในการมาเที่ยวชมเตาโบราณ ของที่นำมาจัดแสดงทั้งหมดนั้นเป็นของเก่าที่คุณยายและบรรพบุรุษเคยใช้ชีวิต ประจำวัน ซึ่งของหลายอย่างหาดูหาใช้ไม่มีแล้ว เช่น ตาชั่งเมี่ยง ไหไม้ใช้หมักเมี่ยง กระต่ายขูดมะพร้าว ไม้หนีบข้าว ครกไม้ พักวีข้าว เป็นต้น นอกจากนี้ยังจัดแสดงโบราณวัตถุที่ได้จากการขุดค้นเตาเผา ส่วนใหญ่มีสภาพแตกหัก ไม่สมบูรณ์ เช่นชิ้นส่วนของจาน ชาม ไห เป็นต้น รวมทั้งยังจัดแสดงภาพถ่ายและเรื่องราวการขุดค้นเตาเผาโบราณแห่งนี้ด้วย

 

 

 

สภาพ เตาที่ถุกขุดลงไปในชั้นของดินลูกรังลงไปจากความฉลาดของภูมิปัญญา คือ พื้นของดินลูกรังจะแข็ง เมื่อก่อเป็นตัวเตาเผาก็จะมีพื้นเตาที่แข็งแรงเครื่องปั้นดินเผาที่ถูกค้นพบ ส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาพชำรุดแต่ก็สามารถนำมาประกอบทำให้เห็นรูปเดิมได้ ที่พบมากจะเป็นไหแบบธรรมดา มีขอบปากชั้นเดียว ทรงสูงไหล่กว้าง ปากไหบานผายออกคล้ายปากแตร ก้นแคบเรียบไม่มีฐาน มีทั้งเคลือบและไม่เคลือบ ที่ไม่เคลือบเนื้อแกร่งมาก แต่ในกลุ่มไหเคลือบสีเขียวนวลมีการตกแต่งลวดลายตรงไหล่และตรงรอยต่อของไหล่ กับคอไหลวดลายที่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัวของแหล่งเตาเมืองน่านบ่อสวกไหปากสอง ชั้น บางทีก็เรียกไหน้ำผึ้ง หรือไหปลาร้า เป็นไหทรงอ้วนเตี้ยคอสั้น มีขอบปากสองชั้น ก้นแบนเรียบ มีทั้งเคลือบและไม่เคลือบ ชนิดเคลือบไม่ค่อยมีลวดลายมีสีน้ำตาลแกมเขียวและน้ำตาลแกมดำ ที่ไม่เคลือบมักตกแต่งที่ไหล่และตัวช่วงบนถัดลงมาจากไหล่ด้วย แถบลายขูดเป็นลอนคลื่นหลาย ๆ แถบ แถบลายประทับลักษณะต่าง ๆ ต่อเนื่องกันโดยรอบ บางใบมีหูเล็ก ๆ ปั้นแปะประดับบนแถบลายที่ไหล่ตั้งแต่ 2 – 4 หู เนื้อดินค่อนข้างแกร่งมาก เผาด้วยไฟอุณหภูมิสูงเนื้อค่อนข้างหยาบ ไหบางใบผิวนอกมีเคลือบขี้เถ้าธรรมชาติฉาบอยู่ทำให้เกิดความงามตามธรรมชาติ นอกจากไหที่พบในสภาพแตกหักแล้วยังพบจาน ชาม ขวดหรือแจกัน คนโทหรือกุณโฑ (คนน่านหรือคนเหนือจะเรียกว่าน้ำต้น) พาน ตะเกียง ถ้วย หลากหลายสมัย มีรอยจารึกอักษรไทยล้านนา และที่หาดูได้ยากและไม่ค่อยพบ คือ กาน้ำหรือคนโทน้ำแบบมีพวย และที่พบมากอีกชิ้น คือ กล่องดินหรือจ๊อ เป็นภาชนะรูปทรงกระบอก ก้นแบนคล้ายปิ่นโตหรือกระถาง มีหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็กเส้นผ่าศูนย์กลาง 16.0 ซ.ม. สูง 7.83 ซ.ม. ส่วนขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลาง 20 ซ.ม. สูง 10.0 ซ.ม. จัดอยู่ในรูปทรงกระบอก เพื่อใช้สำหรับใส่ถ้วยชามเอาเข้าเตาเผาจะได้ไม่กินเนื้อที่ เป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่โดดเด่นของแหล่งตาเผาบ่อสวกเมืองน่าน เพราะเป็นเทคโนโลยีการเผาเครื่องถ้วยชามที่ก้าวหน้าในสมัยโบราณ และไม่เคยมีการใช้กล่องดินลักษณะเดียวกันนี้ในแหล่งเตาอื่นๆ ทั้งที่แหล่งเตาศรีสัชนาลัย แหล่งเตาเมืองสุโขทัย แหล่งเตาสันกำแพง แหล่งเตาอินทขิล แหล่งเตาพาน แหล่งเตาลำปาง หรือ ในแหล่งเตาพะเยา ซึ่งกล่องดินนี้จะพบแต่ในเมืองจีน ญี่ปุ่น เวียดนาม แสดงว่าปู่ฮ่อซึ่งเป็นคนจีน ได้เข้ามาเมืองน่านได้นำมาใช้ที่เตาบ่อสวกน่าน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: